ประชุมสามัญและสัมมนาประจำปีของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ประจำปี 2562

ประชุมสามัญและสัมมนาประจำปีของเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป ประจำปี 2562

ระหว่างวันที่ 24 – 26 พฤษภาคม 2562

ณ ห้องประชุมศูนย์คริสตจักร เซ็นต์โจเซฟ นครซูริก สมาพันธ์รัฐสวิส

– คณะผู้แทน พม. จำนวน 5 คน

  1. นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
  2. นางลักษณา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จ.นนทบุรี
  3. นางสาวกรรณนิกา เจริญลักษณ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ
  4. นางสาวน้ำทิพย์ พวงระย้า นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ
  5. นางสาวอัจฉรา ศรีรัตอำไพ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ

– ผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป จำนวน 140 คน จาก 19 องค์กร 12 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐออสเตรีย ราชอาณาจักรเบลเยียม สาธารณรัฐฟินแลนด์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ฮังการี สาธารณรัฐอิตาลี ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรนอร์เวย์ ราชอาณาจักรสวีเดน สมาพันธรัฐสวิส
และสหราชอาณาจักร

– กิจกรรมในการประชุม ประกอบด้วย

– พิธีเปิดการประชุมฯ โดย นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม และนายจักรี ศรีชวนะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

– การบรรยายเกี่ยวกับนโยบายและแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวกับชุมชนไทยในต่างแดน และแนวทางการให้ความช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ โดย นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว วัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และแนวทางการดำเนินงานของกรม อันจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน และมีความมุ่งหวังว่าสตรีกลุ่มเหล่านี้จะเป็นพลังที่มีศักยภาพ สามารถแบ่งเบาภาระของหน่วยงานต่าง ๆ ในการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศได้ในเบื้องต้น ในการนี้ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการให้คำปรึกษาแก่เครือข่ายอาสาสมัครหญิงไทยในต่างประเทศ
ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน

– การร่วมเสวนาเกี่ยวกับการทำงานเพื่อชุมชนไทยในต่างประเทศ โดย นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ซึ่งได้กล่าวถึง การจัดสวัสดิการ

สำหรับคนไทยในต่างแดน และแนวทางความร่วมมือในการทำงานร่วมกับเครือข่าย โดย พม. ได้ดำเนินการเกี่ยวกับคนไทยในต่างแดนในมิติ ดังนี้

(1) ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของคนไทยในต่างประเทศ โดยสนับสนุนให้รวมตัวกันจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ และสามารถขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม เพื่อจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์

(2) ด้านการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ซึ่ง พม. ได้ยกระดับประเด็นการช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ และการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครและเครือข่ายด้วยการสานพลังประชารัฐ โดยกระทรวงออกประกาศภารกิจการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 เพื่อการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและจิตอาสาสังคมให้มีกรอบการทำงานในภาพรวมชัดเจน มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวง เพื่อให้การดูแลคนไทยครอบคลุม
ทุกกลุ่ม ทั้ง เด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และครอบครัวไทยที่อาศัยในต่างประเทศ รวมทั้งมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมการจัดหางาน กรมการปกครอง กระทรวงสาธารณสุข สำนักงาน
ตรวจคนเข้าเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด และเครือข่ายอาสาสมัครหญิงไทยในต่างประเทศ โดยมีศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (ศส.ตปท.) สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ทำหน้าที่ศูนย์กลางประสานงาน

(3) ด้านการช่วยเหลือ โดยรูปแบบการบริการช่วยเหลือในยุค Thailand 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารมาใช้เป็นช่องทางสนับสนุน ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกด้านการประสานงาน ได้แก่ เว็บไซต์เครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ yingthai.dwf.go.th (อยู่ระหว่างการพัฒนา) “GOLD by DOP แอพพลิเคชั่น คนไทยใส่ใจผู้สูงอายุ” และศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 สามารถกดหมายเลข +66 99 130 1300 ได้จากทั่วโลก โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

– การประชุมกลุ่มเพื่อระดมความคิดเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของเครือข่ายในหัวข้อ “นวัตกรรมชีวิต หรือ
one life, two worlds” โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่ 1) ลีลาชีวิตในต่างแดน เป็นการหารือเกี่ยวกับมาตรฐาน
ในการบูรณาการชีวิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมต่างแดน ที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อุปสรรค และความสำเร็จในการใช้ชีวิต 2) การพัฒนาชีวิตอย่างยั่งยืน ในฐานะที่เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในสังคมต่างแดนจะสามารถตอบแทนแผ่นดินอยู่ และกตัญญูกับแผ่นดินเกิดได้อย่างไร และ 3) การสื่อสารในโลกเสมือนจริง การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและเป็นช่องทางในการส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ

– การศึกษาดูงานแผนกการจัดการกรณีความรุนแรงในครอบครัว ณ องค์การตำรวจแห่งรัฐซูริก (Department of Security) พบว่า มีแนวทางการดำเนินงานในกรณีความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศไทยและแนวทางสากล โดยมีกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กฎหมายความรุนแรงในครอบครัว และกฎหมายคุ้มครองเด็ก
แต่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดในกรณีที่มีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง