การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมแก่หญิงไทยก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2563

ณ โรงแรม เอ-วัน เดอะ รอยัล ครูส พัทยา จังหวัดชลบุรี

วัตถุประสงค์ : ของการประชุมฯ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิตามกฎหมาย วิธีการเข้าถึงสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในต่างประเทศ การป้องกันการถูกกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งเสริมสร้างการเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกันกับชาวต่างชาติ

กลุ่มเป้าหมาย : ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วย

1. สตรี และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจหรือมีความประสงค์ที่จะเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จำนวน 36 คน (หญิง 28 คน ชาย 2 คน เพศทางเลือก 6 คน)

2. ผู้ปฏิบัติงานจากองค์กรภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และผู้สังเกตการณ์ ซึ่งได้แก่ ผู้แทนศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ  ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี และผู้แทนสำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี จำนวน 4 คน (หญิง)

3. วิทยากร จำนวน 7 คน (หญิง 5 คน ชาย ๒ คน)

4. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จำนวน 7 คน (หญิง 5 คน ชาย 2 คน)

รวมจำนวนทั้งสิ้น 54 คน (หญิง 42 คน ชาย 6 คน เพศทางเลือก 6 คน)

กิจกรรมในการประชุม : เป็นกระบวนการแบบมีส่วนร่วม แบ่งเป็น 5 หัวข้อหลัก ดังนี้

1. พิธีเปิดและบรรยายพิเศษหัวข้อ “นโยบายการส่งเสริมและป้องกันให้กับเครือข่ายหญิงไทยและคนไทยในภาวะวิกฤต” โดยนางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เนื้อหาโดยสรุปได้กล่าวถึง ภารกิจและนโยบายของกระทรวงที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนไทยในต่างประเทศให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความพร้อมในการใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับประเทศที่ไปพำนัก ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ต่อการเตรียมความพร้อมทุกช่วงด้วยแนวทาง “บันได 5 ขั้น สานฝันในต่างแดน” สำหรับภารกิจของกรม มีการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่หญิงไทยในต่างประเทศได้ประสบ เช่น หลักสูตรฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการให้คำปรึกษาแก่อาสาสมัครหญิงไทย การประชุมร่วมกับเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป/ประเทศต่าง ๆ จัดทำเว็บไซต์เครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ yingthai.dwf.go.th ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-2019 ที่ผ่านมา สค. โดยศูนย์เรียนรู้ฯ ทั้ง 8 แห่ง ได้ดำเนินการตัดเย็บหน้ากากอนามัยชนิดผ้าและส่งมอบให้กับเครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมนี ฟินแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับความเป็นมาของโครงการเตรียมความพร้อมหญิงไทยก่อนเดินทางไปต่างประเทศนั้น มีวัตุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินภารกิจด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสตรีและครอบครัว และเพื่อดำเนินการตามข้อเสนอจากเครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ
จึงได้จัดให้มีโครงการเตรียมความพร้อมหญิงไทยก่อนเดินทางไปต่างประเทศ โดยปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ได้จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี และในครั้งนี้ได้เลือกพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผู้ที่มีความสนใจหรือประสงค์ที่จะแต่งงานกับชาวต่างชาติ หรือเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

2. หัวข้อ “บันได 5 ขั้น สานฝันในต่างแดน” โดยคณะวิทยากรสมาคมส่งเสริมสิทธิและความเสมอภาค ได้แก่ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท และนายอาธิศักดิ์ จอมสืบวิสิฐ

(1) ขั้นที่ 1 “ถามก่อนการตัดสินใจ” โดยคณะวิทยากรตั้งคำถามเปิดว่า 1) ทำไมถึงอยากไปต่างประเทศ พร้อมทั้งระบุชื่อประเทศที่อยากไป และ 2) รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับประเทศที่จะไป ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่อยากจะไปประเทศแถบยุโรปและต้องการไปต่างประเทศเพื่อทำงานหารายได้ อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งอยากสร้างครอบครัวในต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับประเทศที่ต้องการจะไป และบางส่วนมีเป้าหมายในการไปต่างประเทศนั้นยังไม่ชัดเจน จากนั้นได้นำเข้าสู่บทเรียนบันไดขั้นที่ 1 “ถามตัวเองก่อนตัดสินใจ” ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนของตนเองก่อนว่าต้องการไปใช้ชีวิตต่างประเทศด้วยเหตุผลใด เช่น การไปทำงาน หรือไปด้วยการสมรส สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการจริงหรือไม่ รวมทั้งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของประเทศที่ต้องการจะไป ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและการคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ รวมถึงหากมีโรคประจำตัวหรือเจ็บป่วยจะทำอย่างไร ข้อมูลของนายจ้างและสถานที่ทำงาน สิ่งที่สำคัญ คือ ความสามารถในการใช้ภาษา ความพร้อมทางด้านการเงินและความพร้อมทางด้านการปรับตัวกับสภาพอากาศ วัฒนธรรม การกินอยู่ที่แตกต่างกัน ถ้าหากตอบได้หมดและตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ก็ให้ก้าวสู่บันไดขั้นที่ 2 ต่อไป

(2) บันไดขั้นที่ 2 “เตรียมพร้อมเมื่อตัดสินใจ” โดยคณะวิทยากรตั้งคำถามต่อเนื่องจากบันไดขั้นที่ 1 ว่า “การจะไปใช้ชีวิตต่างประเทศนั้นต้องรู้และต้องเตรียมอะไรบ้าง” ซึ่งผลของการอภิปราย ได้แก่

– สิ่งที่สามารถเตรียมตัวได้ก่อนเดินทาง คือ การฝึกฝนภาษา ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ต้องเรียนรู้ทั้งภาษาท้องถิ่น ภาษาราชการ โดยเข้าเรียนในสถาบันสอนภาษา หรือสามารถฝึกได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น youtube หรือ google รวมทั้งการดูภาพยนตร์ ซีรีส์ และการฟังเพลง เป็นต้น

– เมื่อจะต้องเดินทางต้องเตรียมตัว เช่น สภาพร่างกาย เอกสารส่วนตัว เงิน ของใช้ส่วนตัว การเตรียมวีซ่า หนังสือเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน กระเป๋าเดินทาง ประกันสุขภาพ ยาและอาหาร เตรียมใจรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (กล้าคิด กล้าแสดงออก เปิดใจให้กว้าง) รวมทั้งศึกษาข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ เช่น  วัฒนธรรม อาหาร สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ การเดินทาง กฎหมาย ข้อมูลการติดต่อสถานทูตหรือกงสุลประเทศที่ไปพำนัก ข้อมูลบริษัทที่จะไปทำงาน เป็นต้น

– การเตรียมเอกสารเพื่อขอวีซ่า กรณีไปด้วยการสมรส ต้องศึกษาสิทธิและกฏหมายต่าง ๆ หรือกรณีไปเพื่อทำงาน ต้องแจ้งสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดและเตรียมเอกสารให้ครบ

(3) บันไดขั้นที่ 3 “เรียนรู้ เพื่อการปรับตัวช่วงแรก” โดยใช้กิจกรรมกลุ่มเล่นเกมส์ระดมความคิด ซึ่งผลของการอภิปราย ได้แก่

– ด้านภาษา ควรเรียนรู้เพื่อสามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องสามารถสื่อสารภาษาได้มากขึ้น ฟังให้รู้เรื่องมากขึ้น ต้องอ่านและเขียนได้ เนื่องจากการมีทักษะทางภาษาที่ดี จะทำให้มีโอกาสในการทำงานที่ดี มีรายได้ที่ดี และสามารถเข้าสังคมได้ดีกว่าเดิม

– ด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม  เช่น การทักทาย ธรรมเนียมการรับประทานอาหาร การแต่งกาย การสังเกตพฤติกรรม/วัฒนธรรมของคนในชุมชน รวมทั้งการสำรวจเมืองการท่องเที่ยว การเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ตนเอง การออกไปพบปะผู้คน การร่วมกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ง่ายขึ้น

– การเรียนรู้ระบบและสวัสดิการของรัฐของประเทศที่ไปพำนัก เช่น บริการสาธารณะ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ กฎระเบียบต่าง ๆ การลงทะเบียนสำนักทะเบียนราษฎร์ การขอใบอนุญาตที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถาบันการเมือง/เศรษฐกิจ การเข้าถึงสิทธิการเรียนภาษา การนำเด็กเข้าเรียน การเปิดบัญชีธนาคาร เป็นต้น

(4) บันไดขั้นที่ 4 “วิธีการใช้ชีวิตในต่างประเทศอย่างมีความสุข” โดยใช้กิจกรรมวาดรูปเพื่อสะท้อนในหัวข้อว่า “ในอนาคตเราอยากจะเห็นหญิงไทยในต่างแดนเป็นอย่างไร” จากนั้นนำไปสู่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งผลของการอภิปราย ได้แก่

– การยอมรับสังคม วัฒนธรรม กฏหมาย และสิ่งแวดล้อมในประเทศที่พำนัก พร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ เปิดใจให้กว้าง มองโลกในแง่ดี เข้าร่วมกิจกรรมและงานเทศกาลในโอกาสต่าง ๆ
จะได้พบเพื่อนใหม่และเรียนรู้วัฒนธรรม รวมถึงเรียนรู้ภาษาท้องถิ่น และภาษาราชการ

– การเป็นพลเมืองที่ดี ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับในประเทศนั้น ๆ พร้อมทั้งเข้าใจและรับรู้ในตราสัญลักษณ์ ธง คำขวัญ เพลง ดวงตรา ของประเทศที่พำนัก ถ้าไปทำงานมีหน้าที่ต้องเสียภาษี รู้จักแสดงความคิดเห็นตามสิทธิของตน รับฟังผู้อื่น และเคารพข้อตกลงของคนส่วนใหญ่

(5) บันไดขั้นที่ 5 “ข้อตระหนักการกลับถิ่นฐาน” โดยมีข้อควรตระหนัก ดังนี้

– ก่อนกลับมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ให้ถามความสมัครใจของคนในครอบครัวและมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนกลับมา เช่น การเตรียมที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ การเตรียมความพร้อมกับการปรับตัวกับสังคมไทย

– เมื่อตัดสินใจกลับมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย กรณีเกษียณงานควรตรวจสอบสิทธิที่จะได้รับ การจัดการภาระหนี้สินผูกพันที่ต้องชำระให้เสร็จก่อนเดินทาง และหากเกิดภาวะจำยอมที่ต้องกลับไทย เช่น หลบหนีเข้าเมือง วีซ่าขาด มีปัญหาการใช้ชีวิตกับคู่สมรส ควรปรึกษาสถานทูตไทย

– ต้องศึกษาการขอวีซ่าและการตรวจลงตรา การขอสัญชาติไทย กฎหมายการถือครองที่ดินหรือกรรมสิทธิ์ต่าง ๆ

– การเสียชีวิตในต่างประเทศ ต้องแจ้งการตายที่สถานทูต เพื่อออกมรณบัตร และแจ้งขอนำศพกลับไทย โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการกงสุล www.consular.go.th

3. การเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์ “ผู้เคยใช้ชีวิตในต่างประเทศ” โดย นางผ่องพรรณ  พลยศ กลุ่มจิตอาสาคืนถิ่น (เนเธอร์แลนด์ ) นางทวีพร บรันดท์ เครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ (เยอรมนี) และนางเศรษฐินรี เวเนส เครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศ (สหราชอาณาจักร) ดำเนินรายการโดย นางสาวกรรณนิกา เจริญลักษณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ เนื้อหาโดยสรุป เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ในการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ ทั้งในด้านของการทำงานและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ การเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นและภาษาราชการ การปรับตัวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง การเรียนรู้กฎหมายของประเทศที่จะไปพำนัก เพื่อให้สตรีหรือผู้ที่มีความสนใจหรือประสงค์ที่จะแต่งงานกับต่างชาติและ/หรือเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ได้ตระหนักและรับรู้ และนำไปใช้ในการตัดสินใจ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ

4.  การบรรยายเรื่อง “กฎหมายเบื้องต้นสำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ” โดย นายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ สำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี  เนื้อหาโดยสรุปได้กล่าวถึง ภารกิจของสำนักงานจัดหางานจังหวัดในการบริการให้ความช่วยเหลือประชาชน ด้านการจัดหางาน การให้ความคุ้มครองแรงงาน การดูแลเรื่องแรงงานต่างด้าว และการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่สนใจจะฝึกอาชีพต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายและขั้นตอนการเดินทางไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย ทั้งการไปงานโดยติดต่อกับนายจ้างในประเทศที่จะไปทำงานโดยตรง การไปทำงานผ่านบริษัทจัดหางาน และการไปทำงานโดยภาครัฐส่งไป ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://toea.doe.go.th

5. การบรรยายเรื่อง “บริการสวัสดิการสังคมและฝึกอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว” โดย นางสาวพรอุมา พิชัยกาล ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา โดยกล่าวถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การเรียนรู้ฯ การให้บริการแก่ประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-2019 และประชาสัมพันธ์หลักสูตรการฝึกอบรมทักษะอาชีพ เช่น การตัดผมชาย การฝึกทักษะทางด้านโภชนาการ การตัดเย็บเสื้อผ้า การเสริมสวยสตรี เป็นต้น

ผลการสำรวจความพึงพอใจ พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 32 คน จากผู้เข้าร่วม 35 คน (ร้อยละ 91.43) เป็นหญิง 24 คน คิดเป็นร้อยละ 75 ชาย 4 คน คิดเป็นร้อยละ 12.5 และเพศทางเลือก 4 คน คิดร้อยละ 12.5 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจภาพรวมในระดับมากที่สุด ทั้งในด้านเนื้อหา การถ่ายทอดของวิทยากร ความเหมาะสมของระยะเวลา และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ รวมทั้งได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการนี้มากยิ่งขึ้น โดยขอให้จัดกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง